คลินิกรักษ์ใจ

เป็นคลินิกเฉพาะโรคให้บริการผู้ป่วยโรคจิตจากสุราและสารเสพติด เปิดให้
บริการบำบัดรักษาทางสังคมจิตใจ ร่วมกับการรักษาด้วยยาในผู้
ป่วยโรคจิตจากสุราและสารเสพติด ที่มีปัญหายุ่งยากซับซ้อน เมื่อ
มารับบริการครั้งแรกหลังจากแพทย์ตรวจวินิจฉัยโรคว่าป่วยเป็น
โรคจิตจากสุราและสารเสพติด แล้ว จะนัดมารับบริการที่คลินิก
รักษ์ใจ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการของแต่ละโรคได้ถูกต้อง
และต่อเนื่อง คลินิกเฉพาะโรคเปิดให้บริการทุกวันราชการ สำหรับ
วันหยุดทางโรงพยาบาลจะให้บริการผู้ป่วยนอกที่มีอาการวิกฤต
และฉุกเฉินเท่านั้น

โรตจิตจากการดื่มสุรา


 

อาการซึ่งเป็นผลจากการดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

1. ภาวะพิษสุราโดยสามารถตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ได้
มากกว่า >50-100 mg/dl จะพบอาการ อารมณ์เปลี่ยนแปลง สนุกสนาน
ครึกครื้นกว่าปกติ ขาดสติสัมปชัญญะ หลงลืม อาการเหล่านี้เมื่อหมด
ฤทธิ์แอลกอฮอล์สามารถหายไปได้เอง หรืออาการเป็นมากควรพามา
รักษาที่โรงพยาบาล
2. ภาวะถอนฤทธิ์แอลกอฮอล์ เกิดหลังลดปริมาณการดื่มหรือ
หยุดดื่มทันทีทันใด มักเกิด 6 ชั่วโมงหลังจากหยุดสุรา อาการ ที่เกิดมี
ระดับความรุนแรงต่างกัน ได้แก่ มือสั่น ใจสั่น กระสับกระส่าย เหงื่อ
แตก นอนไม่หลับ ชัก หูแว่ว ภาพหลอน หวาดระแวง การรับรู้สิ่ง
แวดล้อม วัน เวลา สถานที่ สูญเสียไป
3. ภาวะเพ้อคลั่ง เกิดหลังหยุดดื่ม 48-72 ชั่วโมง สูงสุด 72
ชั่วโมง หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ลดลงใน 5-10 วัน อาการเป็นมากที่สุด
วันที่ 4-5 หลังหยุดดื่ม อาการที่เกิดจะรุนแรง มีอาการกระสับกระส่าย
หูแว่ว ภาพหลอน หวาดระแวง
การรับรู้สิ่งแวดล้อม วัน เวลา
สถานที่ สูญเสียไป มักพบมีอาการ
แทรกซ้อนทางกาย เช่น สารเคมี
ในร่างกายผิดปกติ เลือดออกใน
ทางเดินอาหาร โรคตับ ตาเหลือง
ตัวเหลือง ปอดอักเสบ จำเป็นต้อง
รักษาในโรงพยาบาล

โรคสมองติดยา

การใช้ยาและสารเสพติดจะมีผลต่อสมอง 2 ส่วน คือ
• สมองส่วนนอกหรือสมองส่วนคิด (Cerebral cortex)
• สมองส่วนที่อยู่ชั้นในหรือสมองส่วนอยาก (Limbic
system)
สมองส่วนคิดทำหน้าที่ควบคุมสติปัญญา ใช้ความคิดมี
เหตุผล ในผู้ที่ติดสารเสพติดจะมีผลทำให้การคิดการตัดสินใจแย่ลง
ขาดความยับยั้งชั่งใจ ขณะที่สมองส่วนอยากเป็นศูนย์ควบคุม
อารมณ์ความรู้สึกและไวต่อสารเสพติด ในผู้ที่ติดสารเสพติดจะมีผล
ทำให้สมองดื้อต่อสิ่งกระตุ้นเร้าตามธรรมชาติ
ตัวยาจะไปกระตุ้นสมองสร้างสารเคมีชื่อโดปามีน
(Dopamine) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้มนุษย์มีความสุข แต่สารเสพติด
ทำให้สมองสร้าง dopamine มามากกว่าสมองสร้างเองตาม
ธรรมชาติในคนปกติทั่วไป ทำให้รู้สึกว่ามีความสุขมากกว่าปกติ เมื่อ
หมดฤทธิ์สารเสพติดเหมือนว่าร่างกายขาดสารโดปามีน ทำให้มี
อาการหงุดหงิด ซึมเศร้า ส่งผลให้ผู้ใช้ยาบ้าแสวงหายาบ้ามาเสพ
ซ้ำ เมื่อใช้บ่อยๆ จะทำให้สมองส่วนคิดถูกทำลาย สมองส่วนอยาก
จะอยู่เหนือสมองส่วนคิด ทำให้ผู้เสพยาบ้าจะทำอะไรตามอารมณ์
เหนือเหตุผล จึงมักแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น หงุดหงิด
ก้าวร้าว ควบคุมตนเองไม่ได้

 

 

การดูแลผู้ติดสุราและสารเสพติด


ข้อมูลที่ญาติควรทราบและปฏิบัติเมื่อผู้ป่วยกลับไปอยู่บ้าน
ญาติเป็นบุคคลสำคัญในการที่จะช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ป่วย ให้สามารถ
หยุดดื่มเหล้าและสารเสพติดได้ เป็นบุคคลที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการ
ดีขึ้น โดยการให้กำลังใจให้อภัย ให้โอกาสกับผู้ป่วย คอยช่วยเหลือ
ด้วยคำพูดที่นุ่มนวล ห่วงใยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
ดังนั้นผู้ป่วยจะดำเนินชีวิตในครอบครัว ชุมชนได้ ต้องอาศัย
ญาติคอยสนับสนุนช่วยเหลือรอบด้านคือ
1. ด้านร่างกาย
1.1 ด้านสุขวิทยาส่วน ญาติควรคอยดูแลช่วยเหลือเอาใจ
ใส่ในผู้ป่วย โดยอาบน้ำ แปรงฟัน ตัดเล็บ โกนหนวด สระผม ให้
ผู้ป่วยใส่เสื้อผ้าที่สะอาด
1.2 ด้านอาหาร เน้นกินอาหารประเภทผัก ผลไม้ ปลา
ที่ย่อยง่าย งดสารเสพติดทุกชนิด ควรดื่มน้ำ วันละ 6-8 แก้ว
1.3 การกินยาอย่างต่อเนื่อง ควรกินตามวันเวลา
ตามแผนการรักษา ที่เขียนไว้ที่ซองยา ถ้ากินแล้วง่วงนอนเกินไป หรือ
นอนไม่หลับ ให้พาผู้ป่วยมาพบแพทย์ก่อนนัดได้
1.4 การพักผ่อน ควรให้โอกาสผู้ป่วยนอนหลับพักผ่อน
ในช่วงกลางคืน ไม่น้อยกว่า 6-8 ชม. เพื่อฟื้นฟูร่างกาย
2. ด้านจิตใจ/อารมณ์ ญาติควรคอยให้กำลังใจ เป็นที่ปรึกษา
เวลาผู้ป่วยไม่สบายใจ ไม่ควรตำหนิกล่าวโทษผู้ป่วย ให้โอกาสผู้ป่วย
เล่าถึงความกังวลใจ
3. ด้านสังคม ควรให้โอกาสผู้ป่วยพบปะเพื่อน ๆ ไปช่วย
งานทางสังคมไปวัด ถ้าไม่มั่นใจว่าผู้ป่วยจะดูแลตัวเองได้ควรไปกับผู้
ป่วยด้วย
4. การบำรุงจิตใจ ควรหาสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เช่น ศาสนา
สิ่งที่ผู้ป่วยรักและห่วงใย
5. การขอความช่วยเหลือ เมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน เช่นผู้ป่วย
มีอาการกำเริบ มีสัญญาณเตือนว่าจะเกิดอันตราย ถ้าไม่ได้รับการ
ช่วยเหลือ ให้ติดต่อสถานีอนามัยใกล้บ้าน อสม. อบต. หรือโทรปรึกษา
โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์

 

 

ข้อควรปฏิบัติและการดูแลตนเองของผู้ป่วย มีดังนี้

1. การดำเนินกิจวัตรประจำวัน
• ดูแลความสะอาดของร่างกาย สวมใส่เสื้อผ้าที่
สะอาด
• ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ งดอาหารสุกๆ
ดิบๆและทานอาหารให้อิ่ม เมื่ออิ่มจะช่วยลดความรู้สึกอยากดื่มสุรา
• ควรนอนหลับ อย่างน้อยวันละ6-8 ชม.หลีกเลี่ยง
นอนกลางวัน
2. การดูแลที่อยู่อาศัย
• ดูแลทำความสะอาดภายในและบริเวณบ้าน
• จัดบ้านให้มีอากาศถ่ายเท
• ไม่ควรมีเบียร์หรือสุราภายในบ้าน จัดเก็บของให้เป็น
ระเบียบ เก็บวัสดุอุปกรณ์ที่จะเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่นอย่างมิดชิด
3. การจัดการกับปัญหาการอยากดื่มสุรา
• เมื่อมีอาการอยากดื่ม
สุรา ควรหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่กระตุ้น
การอยากดื่มสุรา เช่น งานเลี้ยง การไป
ร้านขายสุรา ควรหากิจกรรมอื่นทำเพื่อ
เบี่ยงเบนความสนใจ เช่น ออกกำลังกาย
• รับประทานอาหารให้อิ่ม
ก่อนเวลาอยากดื่มสุรา
• เมื่อมีอาการขาดสุราที่รุนแรง เช่น มือสั่น ใจสั่น เหงื่อ
ออกมาก หงุดหงิด กระวนกระวาย สับสน กระสับกระส่าย ชักหมดสติ
เห็นภาพหลอน หูแว่ว หลงผิด หวาดระแวง หวาดกลัว ควรมาพบแพทย์
ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาหรือพิจารณาส่ง
ต่อตามความเหมาะสม
4. การเข้ารับบริการสุขภาพ
ควรเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน และมีความตระหนักใน
การใช้สิทธิบัตรที่เป็นประโยชน์ เช่น การใช้บัตรประกันสุขภาพ
5. การรับประทานยา
ผู้ติดสุราควรมีความรู้เรื่องยา ข้อควรระวังในการใช้ยา ภาวะ
แทรกซ้อนและแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ
• ยาที่ใช้ในผู้ติดสุรา ยารักษาอาการถอนพิษสุรา เช่น ยาไดอะซีแพม ห้ามใช้ร่วมกับการดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เนื่องจากยามีฤทธิ์กดประสาท อาจทำให้เกิดภาวะหมดสติได้ ระวัง
การเกิดอุบัติเหตุ เพราะยาอาจทำให้รู้สึกง่วง ถ้ามีอาการมึนงง
สับสน ให้หยุดยา และมาพบแพทย์
• ยาวิตามินและยาอื่นๆ ให้รับประทานตามแพทย์สั่ง
• หากทีปัญหาที่เกิดจากการรับประทานยา หรือ ผลข้าง
เคียงจากยา เช่น วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ผื่นคัน ลิ้นแข็ง ตัว
แข็ง น้ำลายมาก ควรมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน
6. การส่งเสริมสุขภาพ
ผู้ติดสุราควรมีการดูแลตนเองด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และ
จิตวิญญาณ ดังนี้
• ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งๆ ละ 20
นาที
• รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
• มีสัมพันธภาพที่ดีกับคนในครอบครัว ญาติพี่น้องและคน
อื่น
• มองโลกในแง่ดี
• มีการพักผ่อน
• ฝึกเทคนิคการผ่อนคลายความเครียด
• ควรให้กำลังใจตนเอง มีจุดมุ่งหมายในชีวิต และใช้หลัก
ธรรมเป็นที่พึ่ง

ทักษะในการลดละเลิกดื่มสุรา

ฝึกทักษะการควบคุมอารมณ์ 4 ขั้นตอน
• ฝึกสังเกตอารมณ์ตัวเอง
• คาดการณ์ผลดี ผลเสีย เมื่อแสดงอารมณ์
• ควบคุมอารมณ์ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น นับ 1-100
• สำรวจอารมณ์อีครั้งและชื่นชมตนเอง ที่สามารถควบคุม
ตนเองได้
• ฝึกทักษะการปฏิเสธ ต้องปฏิเสธให้ชัดเจนเมื่อมีผู้ชวน
ไปดื่มสุรา หรือหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจจะทำให้ต้องดื่มสุรา
7. การสร้างโอกาสในการทำงาน
หากผู้ติดสุราสามารถประกอบอาชีพได้ตามศักยภาพชุมชน
ให้โอกาสการทำงาน จะสามารถลดพฤติกรรมการดื่มสุราได้
8. การจัดการด้านการเงิน
ผู้ติดสุราควรทำแผนการใช้เงิน การทำบัญชีครัวเรือนจะ
ทำให้ทราบว่าครอบครัวมี รายรับ-รายจ่าย อะไรบ้างโดยเฉพาะนำ
เงินที่เหลือจากการลด ละ เลิก ดื่มสุรามาหยอดกระปุกออมสินทุก
วัน
9. การรับบริการการปรึกษา
เป็นการช่วยเหลือทางจิตใจ โดยการพูดคุยระหว่างผู้ติดสุรา
และทีมสุขภาพ เพื่อให้ญาติและผู้ติดสุรา มีทักษะพูดให้กำลังใจ