คลินิกรักษ์จิตอุ่นใจ

เป็นคลินิก เฉพาะโรคให้บริการผู้ป่วยโรคจิตเภท เปิดให้บริการบำบัดรักษาทาง
สังคมจิตใจ ร่วมกับการรักษาด้วยยาในผู้ป่วยโรคจิตเภทที่มีปัญหา
ยุ่งยากซับซ้อน เมื่อมารับบริการครั้งแรก หลังจากแพทย์ตรวจ
วินิจฉัยโรคว่าป่วยเป็น โรคจิตเภทแล้ว จะนัดมารับบริการที่คลินิก
รักษ์จิตอุ่นใจ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการได้ถูกต้องและต่อ
เนื่อง คลินิกเฉพาะโรคเปิดให้บริการทุกวันราชการ สำหรับวันหยุด
ทางโรงพยาบาลจะให้บริการผู้ป่วยนอกที่มีอาการวิกฤต และฉุกเฉิน
เท่านั้น

โรคจิตเภท คืออะไร


 

โรคจิตเภท

มีลักษณะอาการแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ
ลักษณะอาการทางบวก และลักษณะอาการทางลบ

กลุ่มลักษณะอาการทางบวก

หมายถึง อาการที่มีเพิ่มมากกว่าคนปกติทั่วไป ได้แก่
• ประสาทหลอน เช่นได้ยินเสียงคนพูดคุย ได้ยินเสียงคนพูดตำหนิ พูดโต้ตอบเสียง นั้นเพียงคนเดียว
• อาการหลงผิด เช่นคิดว่ามีเทพวิญญาณอยู่ในร่างกาย คอยบอกให้ทำสิ่งต่างๆ
ความคิดผิดปกติ เช่นพูดไม่เป็นเรื่องเป็นราว พูดไม่ต่อเนื่องเปลี่ยนเรื่องพูดโดยไม่มีเหตุผล
• พฤติกรรมผิดปกติ เช่นอยู่ในท่าแปลกๆ หัวเราะหรือร้องไห้สลับกันเป็นพักๆ

กลุ่มลักษณะอาการทางลบ

หมายถึง อาการที่ขาดหรือบกพร่องไปจากคนปกติทั่วๆ ไป ได้แก่
• สีหน้าอารมณ์เฉยเมย ชีวิตไม่มีจุดหมาย ไม่มีสัมพันธภาพกับใคร ไม่พูด ไม่มีอาการยินดียินร้าย
• ขาดความกระตือรือร้น ไม่สนใจเรื่องการแต่งกาย การเรียนการทำงาน เก็บตัว ไม่สนใจพุดคุยกับใคร
• มองโลกผิดจากความเป็นจริง ซึ่งแตกต่างจากคนทั่วไปผู้ป่วยอาจมีความวิตกกังวลสูง สับสน
แยกตัวบางครั้งอาจนั่งนิ่งเป็นหินไม่เคลื่อนไหวไม่พูดจา เป็นต้น

 

 

 

การรักษาโรคจิตเภท

การรักษาด้วยยา
มีทั้งชนิดรับประทานและฉีดเพื่อควบคุมอาการ
และลดการกำเริบซ้ำของโรค ซึ่งภายหลังการให้ยาผู้ป่วยบางคนอาจพบ
อาการข้างเคียงเช่น ปากแห้ง คอแห้ง ตาพร่า ง่วงนอน ท้องผูก ความ
อยากรับประทานอาหารเพิ่มขึ้น อาการเหล่านี้ไม่เป็นอันตราย ถ้าได้รับ
ประทานยาไป 1-2 สัปดาห์ผู้ป่วยจะค่อย ๆ ปรับตัวได้ ในผู้ป่วยเพศ
หญิงบางรายอาจไม่มีรอบเดือน ผลข้างเคียงแบบนี้ไม่เป็นอันตรายและ
สามารถกลับคืนเป็นปกติได้ แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้รุนแรง เช่น กล้ามเนื้อ
เกร็ง มือสั่น ตัวแข็ง คอแข็ง ลิ้นแข็ง ให้รีบปรึกษาแพทย์ และ
เพื่อประโยชน์ของท่านโปรดอย่าลด เพิ่มหรือหยุดยาเอง


การรักษาด้วยกระแสไฟฟ้า
เพื่อปรับความสมดุลของระบบสื่อประสาทที่มีผลต่อความคิด อารมณ์ของผู้ป่วยใช้รักษาในระยะรุนแรง
มากจนทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น ไม่สามารถทำให้สงบได้ด้วยยา


การบำบัดทางจิตสังคม
โดยให้ผู้ป่วยได้เข้าร่วมกลุ่มกิจกรรมทางสังคม การฟื้นฟูการประกอบอาชีพ หรือการทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ
การทำจิตบำบัดโดยผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น


โรคจิตเภทสามารถรักษาได้
โดยผู้ป่วยต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องตามแผนการรักษาของแพทย์ อาจต้องใช้เวลาหลายปี ซึ่งยาจะ
ช่วยควบคุมอาการทางจิตช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กลับเข้าสู่
สังคมได้ ดูแลตนเองและทำงานได้

 

 

 

การดูแลผู้ป่วยจิตเภท


ญาติ เป็นบุคคลสำคัญที่สุดในการดูแลผู้ป่วยเมื่อผู้ป่วยกลับไปอยู่
ที่บ้าน และคอยช่วยเหลือให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ ซึ่งการ
ดูแลผู้ป่วยจิตเภทญาติต้องคอยดูแลช่วยเหลือดังนี้
• กระตุ้นให้รู้จักช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด เช่น อาบน้ำแต่งตัว ซักผ้า
• ให้ช่วยทำงานบ้านอย่างง่ายๆเช่น รดน้ำต้นไม้ ถูบ้าน ล้างชาม
• ให้ประกอบอาชีพเดิมที่เคยทำอยู่ตามความสามารถของผู้ป่วย เช่น ค้าขาย ทำสวน
• ให้ประกอบอาชีพใหม่ใกล้บ้านตามความสนใจ และตามความถนัด
• ช่วยดูแลให้ผู้ป่วย รับประทานยาสม่ำเสมอตามแผนการ
รักษาของแพทย์ ไม่ควรเพิ่ม หยุด หรือลดยาเองและพาไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง
• หมั่นสังเกตอาการผิดปกติของผู้ป่วย ถ้าพบความผิดปกติ
เช่น พูดเพ้อเจ้อ พูดคนเดียว เอะอะ อาละวาด หงุดหงิด ฉุนเฉียว
หัวเราะหรือยิ้มคนเดียว เหม่อลอย หลงผิด ประสาทหลอน หวาดกลัว
ควรรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ทันที
• จัดหากิจกรรมให้ผู้ป่วยทำโดยเฉพาะในเวลากลางวัน เพื่อ
ไม่ให้ผู้ป่วยคิดมาก ฟุ้งซ่าน แต่ก็ไม่ต้องถึงกับบังคับมากเกินไป
• การดื่มสุรา การใช้สารเสพติดและการสูบบุหรี่ มีผลต่อ
อาการทางจิตกำเริบของท่าน ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วยจึง
ควรลดหรือเลิกสารเสพติดทุกชนิด