ผู้ชมวันนี้ :

ผู้ชมเมื่อวานนี้ :

ผู้ชมเดือนที่แล้ว :

ผู้ชมทั้งหมด :

เปิดไปแล้ว
counter
ครั้ง

อาหารรักษาโรคนอนไม่หลับ


อาหารรักษาโรคนอนไม่หลับ
ไพศรี  ขำคม
พยาบาลวิชาชีพ
โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์
 การนอนไม่หลับมีผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจมาก โดยเฉพาะการนอนไม่หลับที่ไม่ทราบสาเหตุหรืออาจมีสาเหตุหลาย ๆ อย่างรวมกัน จนกระทั่งเริ่มนอนไม่หลับเป็นนิสัย ซึ่งหากรับประทานอาหารเมื้อเย็นน้อยเกินไปก็จะหลับไม่สนิท เนื่องจากท้องว่างกระเพาะอาหารรัดตัวอย่างรุนแรง ทำให้รู้สึกหิวจนแสบท้อง นอนไม่หลับ แต่ถ้ารับประทานอาหารเมื้อเย็นอิ่มเกินไป กระเพาะอาหารและลำไส้ก็จะพองทับอวัยวะรอบ ๆ ทำให้หลับไม่สนิทอีกเช่นกัน นอกจากนี้ น้ำชา กาแฟ ถ้าดื่มก่อนนอน  สมองก็จะถูกกระตุ้นให้คึกคักจนนอนไม่หลับ  แม่แต่การดื่มน้ำมากเกินไปก็จะทำให้ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะบ่อยๆ  เป็นอุปสรรคต่อการนอนหลับ
 ตามหลักเกณฑ์การแพทย์แผนปัจจุบันเห็นว่า  อาการอ่อนเพลียมักจะมีผลเกี่ยวเนื่องมาจากทิพโตฟานในอาหารจำพวกโปรตีน  เพราะทิพโตฟานจะกระตุ้นสมองใหญ่  ให้หลั่งน้ำเหลืองที่ทำให้คนเราง่วงนอนออกมา  ทำให้การเคลื่อนไหวของสมองถูกจำกัด  เราจึงรู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลีย  สารตัวนี้เป็นสารพิเศษที่ไม่มียานอนหลับชนิดไหนสามารถทดแทนได้  ยิ่งเซลสมองหลั่งสารตัวนี้มากเพียงใด  คนเราก็จะยิ่งรู้สึกอ่อนเพลียมากเพียงนั้น  จากการทดลองพบว่า  ถ้าคนเราดื่มนมวัวที่มีทิพโตฟานเข้าไปจะรู้สึกง่วงนอนเร็วกว่าปกติครึ่งชั่วโมงและถ้าเติมน้ำตาลลงไปในนมวัว  ก็จะยิ่งรู้สึกง่วงนอนเร็วขึ้น  และจะหลับสนิทยิ่งขึ้น  ทั้งนี้เนื่องจากน้ำตาลจะไปกระตุ้นให้ร่างกายของเราหลั่งสารอินซูลินออกมา  เมื่อทิพโตฟานทำงานร่วมกับอินซูลิน  ก็จะเร่งเร้าให้สมองหลั่งน้ำเหลืองกระตุ้น  การนอนหลับออกมามากขึ้น
 ซึ่งอาหารที่กระตุ้นการนอนหลับ  ตามตำนานพื้นบ้านและตำราแพทย์จีนแผนโบราณกล่าวว่า  ข้าวฟ่าง  มีสรรพคุณในการเสริมสร้างม้ามและกระเพาะอาหาร  ช่วยให้หลับสบาย  ซึ่งจากการพิสูจน์ของแพทย์แผนปัจจุบัน  พบว่าในข้าวฟ่างมีทิตโตฟานสูงมาก  และอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต  เมื่อรับประทานข้าวฟ่างจะรู้สึกอิ่มและอบอุ่น  ซึ่งสามารถกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารอินซูลินมากขึ้น  อันเป็นการกระตุ้นให้ทิพโตฟานไหลเข้าสู่สมองมากขึ้นด้วย
 นอกจากนี้อาหารบำบัดโรคนอนไม่หลับอีกหลายขนาน  เช่น
- พุดทราจีน 10 เม็ด  ต้มเปื่อยเติมน้ำตาลทรายขาว  รับประทานก่อนนอน
- พุดทราจีน  20  เม็ด  หอมหัวใหญ่  หรือต้นหอม  7  ต้น  ต้มน้ำดื่มก่อนนอน
- ใบถั่วลิสงสด 15 กรัม  ถั่วแดง  30  กรัม น้ำผึ้ง  2  ช้อนโต๊ะ  เคี่ยวน้ำดื่มก่อนนอน
- ดื่มนมสดวันละ 3-4  แก้ว  และเนยแข็งวันละ 1-2 แผ่น  พร้อมทั้งไวตามินดี 1,500-2,000  ยูนิต         เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซี่ยมได้ดี
ซึ่งนอกจากอาหารแล้ว  การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอที่พอเหมาะกับร่างกาย  นาน  20-30  นาที  อย่างน้อยสัปดาห์ละ 4  วัน  และการจัดที่นอนในที่สงบ  ไม่มีเสียงรบกวนที่นอนไม่ควรนุ่มเกินไป  หมอนไม่สูงเกินไป  ท่านอนควรนอนหงายงอเข่าข้างหนึ่งหรือไม่ก็นอนตะแคง  ในท่าพุทธไสยาสน์  โดยใช้หมอนทรงสี่เหลี่ยม  หนุนศีรษะขนานกับพื้นก็จะช่วยให้หลับสบาย

ทักษะชีวิตพิชิตอุปสรรค
นางจิรังกูร  ณัฐรังสี
พยาบาลวิชาชีพ
โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์
 ชีวิตคนเราอยู่ได้ด้วยความหวังและความหวังนั้น  ก็อยู่ในความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้นได้สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นส่วนประกอบในทักษะชีวิตและทักษะชีวิตจะเกิดขึ้นได้อยู่ที่การฝึกฝนอบรมตั้งแต่วัยเยาว์  การฝึกวินัยใน      วันเด็ก  ให้สามารถเป็นคนที่มีความอดทนอดกลั้นสามารถบังคับอารมณ์ของตนได้  มีความเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น  มีทักษะต่างๆ  ทีจะก่อให้เกิดการครองชีวิตอย่างเป็นสุขได้หรือภาษาอังกฤษ  เรียกว่า  Enotion  Quotient  (EQ)  นักจิตวิทยาอเมริกาเป็นผู้บัญญัติศัพท์ตัวนี้ขึ้นมา  เชื่อว่าในอีกไม่นานคำว่า  EQ  คงจะมีการเผยแพร่ไป         ทั่วโลก  เพราะเขาเชื่อว่าปัจจุบันที่ทำให้คนประสบผลสำเร็จหรือล้มเหลวในชีวิตนั้น  คือ  EQ    EQ   ไม่สามารถวัดเป็นหน่วยแบบ   IQ   ได้  เพราะเป็นเรื่องที่จับต้องไม่ได้  เป็นเรื่องของความรู้สึกเป็นนามธรรม  ไม่เหมือน  IQ  ที่สามารถใช้จำนวนนาที  ในการแก้ปัญหาในการทดสอบและแปรเปลี่ยนแต้มมาเป็นความฉลาด
 จากการค้นหาความจริง  ที่เกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์พบว่อารมณ์มีที่มาจากส่วนของสมองที่เรียกว่า  Limbic  System  ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกพอใจ  ดีใจ  เกลียดชัง  กลัว โกรธ  ฯลฯ  ส่วนความสามารถในเรื่องของการเรียนรู้  การวางแผนและความจำนั้นเกิดจากสมอง  ส่วนที่เรียกว่า  Neocorte  ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์  ความสัมพันธ์ของทั้ง 2  ส่วนนี้สำคัญมาก  เพราะเป็นการเชื่อมระหว่างอารมณ์กับการเรียนรู้  คนที่ขาดการเชื่อมต่อทั้ง 2  ส่วนนี้จะมีปัญหาในการดำรงชีวิตค่อนข้างมาก  คนปกติธรรมดาโดยทั่วไปที่มีดีกรีของต่ำ  เนื่องจากขาดการฝึกฝนอบรมในวัยเยาว์  หรือไม่ได้เกิดการเรียนรู้ด้านทักษะชีวิต  ที่เหมาะสมทำให้พื้นฐานด้านอารมณ์ไม่ดีพอ  จากการศึกษาพบว่ารากฐานที่สำคัญของ  EQ  คือ Sense of Self  Awaneness  หรือ  ความรู้สึกเข้าใจตนเอง  เข้าใจอารมณ์ตนเองอย่างฉลาด  หากรู้สึกหงุดหงิดใจคนที่มี  EQ  สูง  จะสามารถวิเคราะห์หาสาเหตุของความหงุดหงิดได้  และจะนำไปสู่การควบคุมตนเอง  (Self  Control)  การควบคุมตนเองได้ก็คือวินัยนั่นเอง  เด็กที่มีวินัย  มีความอดทนอดกลั้น  ควบคุมตนเองได้ดีมักจะประสบความสำเร็จอุปสรรคและสิ่งที่ทำให้ผิดหวังเป็นเรื่องชั่วคราว  สามารถจะเอาชนะได้  ในขณะที่คนมองโลกในแง่ร้าย  ถือว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเกี่ยวพันกับเขาโดยตรง  และมองว่าอุปสรรคเป็นเรื่องถาวร
  กล่าวโดยสรุปคุณลักษณะของ  EQ  สามารถสร้างขึ้นได้  โดยสร้างให้เกิดแต่วัยเยาว์ด้วยการฝึกฝนโดยเฉพาะเรื่องความมีวินัย  การมองโลกในแง่ดี  การมีทักษะมนุษย์  ถึงเวลาแล้วที่พ่อแม่ผู้ปกครองจะหันมาให้ความสำคัญในเรื่องขอ  EQ  ให้มาก  ทำอย่างไรตัวเราและบุตรหลานในครอบครัวจึงจะมี  EQ  ที่ดี  เราควรจะหันมา  รณรงค์เรื่องของ  EQ  มากกว่า  IQ  เพราะ  EQ  คือสิ่งที่จะทำให้คนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข

-------------------------------








วันที่เสนอข่าว   2011-09-21


 
โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ 212 ถ.แจ้งสนิท ต.ในเมือง อ. เมือง จ. อุบลราชธานี 34000
โทรศัพท์: 045-352500 โทรสาร:045-352555